091-774-8500091-774-8500
TH
NipaMail Logo
ความสามารถ
ค่าบริการ
ติดต่อเรา
เกี่ยวกับเรา
บทความ
10 เคล็ดลับทำ Email Marketing ให้มีประสิทธิภาพและประสบความสำเร็จ
Email Marketing

10 เคล็ดลับทำ Email Marketing ให้มีประสิทธิภาพและประสบความสำเร็จ

บทความ10 เคล็ดลับทำ Email Marketing ให้มีประสิทธิภาพและประสบความสำเร็จ
17 กุมภาพันธ์ 2569
อ่าน 5 นาที
10 email marketing tips

10 เคล็ดลับในการทำตลาดผ่านอีเมล (E-mail Marketing) ให้มีประสิทธิภาพและประสบความสำเร็จ

บทความที่นำเสนอในวันนี้มาจากเว็บไซต์ Thomsonlocal.com ที่เป็นการแนะนำถึงเคล็ดลับในการทำตลาดผ่านอีเมล (E-mail Marketing) รวม 10 ข้อ เพื่อเป็นแนวทางสำหรับแบรนด์ต่างๆ ที่สนใจ E-mail marketing สามารถนำไปปรับใช้ในการทำการตลาด onilne ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

โดยเคล็ดลับทั้ง 10 ข้อประกอบด้วย

1. มีการกำหนดเป้าหมายที่ชัดเจน

การกำหนดเป้าหมายถือเป็นขั้นตอนแรกที่สำคัญที่จะทำให้การส่ง E-mail marketing ประสบความสำเร็จ เพื่อกำหนดทิศทางการทำงานในอนาคตได้ชัดเจนยิ่งขึ้น ยกตัวอย่างง่ายๆ เช่น หากเรากำหนดเป้าหมายว่าจะทำ E-mail marketing เพื่อเพิ่มยอดขาย เราก็สามารถวางแนวทางได้ว่าควรจะส่งอีเมลหาลูกค้าเก่าที่สนใจผลิตภัณฑ์ของแบรนด์อยู่แล้ว โดยอาจจะตั้งหัวเรื่องอีเมลเป็นส่วนลดหรือโปรโมชั่นเพื่อเพิ่มความน่าสนใจ มีโอกาสประสบความสำเร็จมากกว่าการไม่มีเป้าหมายที่ชัดเจนแล้วส่งอีเมลหว่านไปเรื่อยๆ ที่นอกจากจะได้ผลน้อยแล้วยังไม่คุ้มค่าอีกด้วย

2. แบ่งกลุ่มผู้รับอีเมล

การกำหนดกลุ่มเป้าหมายให้ชัดเจนจะช่วยให้การส่งอีเมลสามารถสื่อสารได้ตรงจุด และตรงกับความต้องการของผู้รับมากขึ้น โดยเกณฑ์ในการแบ่งกลุ่มผู้รับอีเมลนั้นมีความหลากหลายและแตกต่างกันออกไป เช่น เพศ อายุ ประวัติการซื้อสินค้า การมีส่วนร่วมกับอีเมล (E-mail marketing) ตลอดจนการใช้งานเว็บไซต์ เหตุผลสำคัญที่ต้องแบ่งกลุ่มผู้รับอีเมลและอัพเดทตลอดเวลาเนื่องจากผู้รับอาจมีการเปลี่ยนสถานะ ซึ่งหากเราไม่อัพเดทข้อมูลก็อาจทำให้เนื้อหาที่ต้องการจะสื่อสารไม่ตรงกับความสนใจซึ่งมีโอกาสที่อีเมลที่ส่งไปจะทำให้เกิดความรำคาญแก่ผู้รับได้

3. ใช้หัวข้อที่กระตุ้นและดึงดูดความสนใจของผู้รับ

พาดหัวอีเมล (Heading) ถือเป็นสิ่งที่สำคัญมากเพราะเป็นสิ่งแรกที่ผู้รับจะได้เห็น การตั้งพาดหัวอีเมลจึงควรใช้ข้อความที่สื่อสารได้ชัดเจน เข้าใจง่าย หลีกเลี่ยงข้อความที่ไร้สาระและการใช้คำฟุ่มเฟือย ควรใช้ข้อความที่สามารถกระตุ้นความสนใจของผู้รับได้ เช่น การตั้งคำถามเพื่อกระตุ้นให้ผู้รับอยากเปิดอ่าน อีกทั้งยังควรมีความยาวที่เหมาะสม โดยจากผลสำรวจพบว่าพาดหัวอีเมลควรมีความยาวประมาน 28-39 ตัวอักษร (ภาษาอังกฤษ) ซึ่งเป็นความยาวเฉลี่ยที่มีอัตราการคลิกสูงสุด

4. เลือกวันและเวลาที่เหมาะสมในการส่งอีเมล

การส่งอีเมลให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีควรเลือกวันและเวลาส่งให้เหมาะสม เช่น สำรวจว่าช่วงเวลาใดที่มีอัตราการเปิดอ่านอีเมลสูงที่สุดและเลือกส่งอีเมลในช่วงเวลานั้น เป็นต้น เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำ E-mail marketing ให้ประสบความสำเร็จ

5. ระบุถึงที่มาของอีเมลอย่างชัดเจน

ในการส่งอีเมลควรมีการแสดงตัวตนของแบรนด์อย่างชัดเจน เช่น ระบุชื่อ ใส่โลโก้และสีที่เป็นสัญลักษณ์ของแบรนด์ รวมไปถึงการจัดรูปแบบที่สะท้อนความเป็นตัวตนของแบรนด์ให้มากที่สุด พร้อมกับใส่เว็บไซต์หรือช่องทางที่ติดต่อได้ง่าย

6. มีรูปแบบในการนำเสนอมีความเหมาะสมต่อการใช้งาน

การกำหนดรูปแบบการใช้งานให้มีความเหมาะสมจะช่วยสนับสนุนและกระตุ้นการมีส่วนร่วมของผู้รับอีเมลเพิ่มมากขึ้น และหากต้องการใช้รูปภาพมาส่วนหนึ่งของการนำเสนอ ควรใช้เทคนิค Alternative Text มาช่วยในการอธิบายความหมายของรูป เพื่อป้องกันความผิดพลาดหากเกิดกรณีที่ไม่สามารถโหลดหรือแสดงภาพได้ แต่ผู้รับอีเมลก็ยังคงสามารถเห็นคำอธิบายว่าภาพนั้นคืออะไร ดังตัวอย่าง

7. มีการกระตุ้นการมีส่วนร่วมของผู้บริโภคอย่างชัดเจน

การกระตุ้นให้เกิดการมีส่วนร่วมของผู้รับอีเมล (Call to action) ควรมีความเป็นธรรมชาติและอยู่ในระดับที่เหมาะสม ไม่มากหรือน้อยเกินไป อาจจะเลือกใช้คำศัพท์เพื่อกระตุ้นทำให้ผู้บริโภครู้สึกอยากมีส่วนร่วม หรือเลือกใช้ตัวอักษรที่มีความโดดเด่น เช่น ตัวหนา หรือตัวอักษรที่มีสีสันตัดกันเพื่อดึงดูดความสนใจ

8. สร้าง Landing Page หรือ Website ที่ใช้ในการลงบทความให้มีประสิทธิภาพ

รูปแบบของ Landing Page หรือ Website ที่มีประสิทธิภาพนั้น ประกอบด้วย รูปแบบในการนำเสนอที่มีความน่าสนใจ ใช้งานง่าย และมีช่องทางในการกระตุ้นการมีส่วนร่วมที่ชัดเจน นอกจากนี้ Landing Page ควรมีรูปแบบที่หลายหลายและเปลี่ยนแปลงไปตามแคมเปญในการทำการตลาด online ในแต่ละช่วง โดยจากผลการสำรวจพบว่า แบรนด์ที่มี Landing Page มากกว่า 30 หน้าขึ้นไป จะมีจำนวน Lead สูงกว่าแบรนด์ที่มี Landing Page ราว 10 หน้าถึง 7 เท่า

9. มีการตั้งค่าการติดตาม

ควรมีการติดตามและเก็บสถิติการทำ Email marketing ในแต่ละช่วง เช่น อัตราการคลิกบนอีเมล, จำนวนผู้เข้าชมเว็บไซด์, การซื้อสินค้าผ่านหน้าเว็บไซต์ เพื่อนำข้อมูลทั้งหมดมาวิเคราะห์หาผลลัพธ์ในการทำการตลาด และหาข้อผิดพลาดเพื่อนำมาปรับปรุงแก้ไขในการส่งอีเมลครั้งต่อไป

10. มีการทำ Split Testing หรือ A/B Testing

Split Testing หรือ A/B Testing เป็นการทดสอบสิ่งที่เราตั้งเป้าเอาไว้โดยแบ่งเป็น 2 รูปแบบแล้วนำผลลัพธ์มาเปรียบเทียบกัน ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้ออกมานั้นจะเป็นรูปแบบที่สะท้อนถึงความเป็นจริงและตรงกับความต้องการของผู้บริโภคมากที่สุด จากการสำรวจพบว่า แบรนด์ที่มีการทำ A/B Testing จะมีอัตราการเปิดอ่านสูงกว่าปกติอยู่ที่ 11% รวมไปถึงอัตราการคลิกที่เพิ่มสูงกว่าปกติเช่นกันราว 17%

แชร์บทความ

บทความที่เกี่ยวข้อง

Email UI Dashboard แบบไหนที่ธุรกิจควรใช้? ดูแคมเปญง่าย วัดผลได้จริง
Email Marketing

Email UI Dashboard แบบไหนที่ธุรกิจควรใช้? ดูแคมเปญง่าย วัดผลได้จริง

ส่งอีเมลช้า = ยอดขายหาย? รู้ทัน! ผลกระทบที่แบรนด์มักถูกมองข้าม
Email Marketing

ส่งอีเมลช้า = ยอดขายหาย? รู้ทัน! ผลกระทบที่แบรนด์มักถูกมองข้าม

ส่งอีเมลแล้วไม่เข้า Inbox หรือเข้า Spam? ต้องรู้จัก Email Authentication (SPF, DKIM, DMARC)
Email Marketing

ส่งอีเมลแล้วไม่เข้า Inbox หรือเข้า Spam? ต้องรู้จัก Email Authentication (SPF, DKIM, DMARC)

NipaMailบริษัท นิภา เทคโนโลยี จำกัด

72 อาคารโทรคมนาคม บางรัก ชั้น 4 ห้อง 401 - 402
ถนนเจริญกรุง แขวงบางรัก เขตบางรัก กรุงเทพฯ 10500

NipaMail

All FeaturesPricingAPI

LEGAL

Privacy Policy

News & Events

Blog